นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลในสหรัฐอเมริกาได้ไหม

นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลในสหรัฐอเมริกาได้ไหม

มีผู้ปกครองหลายท่านที่อยากส่งไปลูกเรียนหนังสือที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ชั้นเล็กๆ โดยต้องการให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลเพราะได้ยินมาว่า โรงเรียนรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาให้นักเรียนเรียนฟรี หรือบางท่านต้องการฝากลูกไปอยู่กับญาติในสหรัฐฯ เพื่อจะได้เข้าเรียนฟรีในโรงเรียนรัฐบาล สองประเด็นหลักที่จะกล่าวต่อไปนี้คือ

  1. นักเรียนต่างชาติมีโอกาสเข้าไปเรียนในโรงเรียนรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาได้มากน้อยแค่ไหน
  2. โรงเรียนรัฐบาล ( Public School) และโรงเรียนเอกชน ( Private School) ในสหรัฐอเมริกาต่างกันอย่างไร

คำถามแรก นักเรียนต่างชาติจะเข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลในสหรัฐอเมริกาได้ไหม ผู้ปกครองต้องทราบเงื่อนไขก่อนว่า เมื่อลูกได้รับการตอบรับจากโรงเรียน ลูกจะต้องไปขอวีซ่านักเรียน การที่จะให้ลูกได้รับอนมุมัติวีซ่านักเรียน (F-1) เพื่อไปเข้าเรียนในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและหรือระดับมัธยมศึกษาในสหรัฐอเมริกานั้น ต้องเข้าไปอ่าน

กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับนักเรียนต่างขาติที่จะเข้าไปเรียนในระดับโรงเรียน มีระบุไว้ว่า

  1. นักเรียนต่างชาติไม่สามารถเข้าไปเรียนในโรงเรียนของรัฐบาลได้ในระดับ Grade 1- Grade 8 นักเรียนต่างชาติที่จะเข้าไปเรียนในระดับชั้นเรียนดังกล่าวนี้ได้ จะต้องถือวีซ่าผู้ติดตาม คือ วีซ่า F-2 หรือวีซ่า J-2 ผู้ปกครองที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยและถือวีซ่า  F-1 ควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักเรียนต่างชาติ ในมหาวิทยาลัยที่ตอบรับผู้ปกครองเข้าเป็นนักศึกษาด้วยก่อนหน้าเดินทางว่า ลูกจะได้รับสิทธิ์เรียนฟรีหรือไม่ เพราะกฏหมายแต่ละรัฐมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
  2. การรับลูกของนักเรียนต่างชาติเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้น Grade 8 ไม่ได้หมายความว่า ลูกของผู้ถือวีซ่า F-1 จะได้รับสิทธิ์เรียนฟรีแบบคนอเมริกัน เหตุผลข้อหนึ่งคือ ผู้ปกครองนักเรียนต่างชาติไม่ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ให้รัฐบาลอเมริกัน การศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลจึงมีไว้ให้คนอเมริกันที่เสียภาษีมากกว่า  เว็บไซต์ของ International Student Office ที่รับนักศึกษาเข้าเรียนเป็นแหล่งข้อมูลที่ดี เช่น เว็บไซต์ Boston University ระบุว่า ผูุ้ถือวีซ่า F-1 ต้องชำระค่าเรียนในระดับประถมศึกษาให้ลูกที่เรียนในโรงเรียนรัฐบาลด้วย : https://www.bu.edu/isso/immigration-status/immigration-overview/dependent-classifications/
  3. นักเรียนต่างชาติมีสิทธิ์เข้าไปเรียนในระดับชั้น Grade 9-Grade 12 ในโรงเรียนรัฐบาลได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของการขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาคือ  จะได้รับอนุญาตให้มีวีซ่าเข้าไปศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลได้เพียง 1 ปีเท่านั้น และต้องเป็นโรงเรียนที่สามารถออก SEVIS I-901 ให้นักเรียนต่างชาติได้ ไม่ใช่ทุกโรงเรียนรัฐบาลจะออก I-20 ให้นักเรียนต่างชาติได้
  4. หลังจากได้รับสิทธิ์เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลครบ 1 ปีแล้ว ถ้าต้องการศึกษาต่อมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป นักเรียนต้องเปลี่ยนจากโรงรียนรัฐบาลไปเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เป็นของเอกชน ดังจะเห็นได้จากกรณีนักเรียนที่ไปเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนระดับมัธยมศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากจบการศึกษาตามเงื่อนไขของโครงการ 1 ปี ถ้านักเรียนต้องการอยู่เรียนต่อที่สหรัฐฯ นักเรียนจำเป็นต้องย้ายโรงเรียนไปเรียนในโรงเรียนเอกชนแทน
  5. ในกรณีเป็นลูกของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศที่ถูกส่งไปประจำในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือบรรดานักการทูต เงื่อนไขอาจจะแตกต่างจากลูกของผู้ถือวีซ่า F-1 และ J-1 โปรดศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  https://www.ice.gov/doclib/sevis/pdf/Nonimmigrant%20Class%20Who%20Can%20Study.pdf

คำถามที่สอง โรงเรียนรัฐบาล ( Public School ) และโรงเรียนเอกชน ( Private School ) ในสหรัฐอเมริกาต่างกันอย่างไร

ขอสรุปความแตกต่างของโรงเรียนทั้ง 2 ประเภทตามตารางด้านล่าง ซึ่งได้มาจากข้อมูลของ Council for American Private Education http://www.capenet.org/pdf/Outlook433.pdf  และจากเว็บไซต์ ThoughtCo : https://www.thoughtco.com/major-differences-between-public-and-private-2773898

โรงเรียนรัฐบาล (Public School)

โรงเรียนเอกชน (Private School)

1. ราคาค่าเล่าเรียนถูกกว่า ราคาค่าเรียนอย่างเดียวประมาณ 3-4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าที่พักบวกค่าอาหารโดยเฉลี่ยประมาณ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี 1.ราคาค่าเล่าเรียนแพงกว่า ค่าเรียนบวกค่าที่พักประมาณ 35,000-70,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
2. มีจำนวนนักเรียนในห้องเรียนมาก ประมาณ 25-30 คน 2. มีจำนวนนักเรียนในห้องเรียนน้อยกว่า ประมาณ 10-15 คน บางโรงเรียนเน้นที่อัตราส่วนนักเรียนต่อครูคือ 7:1
3. ครูที่สอนจะต้องมีใบประกาศรับรองวิชาชีพครู เงินเดือนพร้อมสวัสดิการครูโรงเรียนรัฐจะได้มากกว่าครูโรงเรียนเอกชน 3. ครูที่สอนไม่ระบุว่า ต้องมีใบประกาศรับรองวิชาชีพเหมือนครูในโรงเรียนของรัฐ มาตราฐานครูที่สอนจะต้องจบปริญญาตรี และมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่ได้รับมอบหมายให้สอน รวมทั้งครูจะต้องมีคุณวุฒิให้ถึงปริญญาโท และปริญญาเอกได้ยิ่งดี  โรงเรียนเอกชนยังเน้นครูที่มีประสบการณ์มากสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนในชั้นเรียนได้ ปัจจุบันเน้นครูที่มีความรู้ในสาขาวิชาใหม่ๆรวมทั้งครูที่เก่งด้านเทคโนโลยีอีกด้วย
4. มีอุปกรณ์การเรียนไม่มากเท่ากับโรงเรียนเอกชน เพราะงบประมาณมีจำกัด บางครั้งงบประมาณอาจถูกตัดได้ในบางโอกาสที่เกิดสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ 4. มีอุปกรณ์การเรียนมากและหลากหลายคล้ายอุปกรณ์ทีมีอยู่ตามมหาวิทยาลัย เพราะโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนจากผู้ปกครองและจากศิษย์เก่ามาก รวมทั้งสามารถขึ้นค่าเล่าเรียน เพื่อให้มีงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์การเรียนและบุคคลากรที่มีคุณภาพมาเสริมทีม เช่น ถ้าลูกเก่งกีฬา พ่อแม่สามารถเลือกโรงเรียนที่มีกีฬาด้านนั้นโดดเด่นได้
5. ไม่มีเกณฑ์มากนักในการรับนักเรียนต่างชาติเข้าเรียน พิจารณารับนักเรียนจากที่ตั้งของบ้านที่นักเรียนจะพัก 5. ส่วนใหญ่กำหนดเกณฑ์การรับนักเรียนต่างชาติว่า นักเรียนต้องสอบ TOEFL, SSAT ทั้งสองชนิดหรือชนิดใดชนิดหนึ่ง แล้วแต่ความยากง่ายของโรงเรียนที่ส่งสมัคร
6. หลังจากจบ Grade 12 อัตราส่วนนักเรียนที่คิดจะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษามี 70.9% 6. หลังจากจบ Grade 12 อัตราส่วนนักเรียนที่คิดเรียนต่อในอุดมศึกษามี 95.8%
7. อัตราส่วนของนักเรียนที่จบ Grade 12 เข้าเรียนต่อใน Four Year College หรือ University มี 54% 7. อัตราส่วนของนักเรียนที่จบ Grade 12 เข้าเรียนต่อใน Four Year College หรือ University มี  85%
8. อัตราส่วนของนักเรียนที่จบ  Grade 12 เข้าเรียนต่อใน Two Year College หรือ Community College มี 13% 8.  อัตราส่วนของนักเรียนที่จบ  Grade 12 เข้าเรียนต่อใน Two Year College หรือ Community College มี 38%

 

อนึ่ง เราไม่สามารถมีข้อสรุปให้ได้ว่า โรงเรียนเอกชนดีกว่าโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนทั้งสองประเภทมีการจัดอันดับด้วยว่า โรงเรียนระดับยอดเยี่ยมคือโรงเรียนใดบ้าง บล็อกนี้ต้องการชี้ให้ผู้ปกครองทราบว่า นักเรียนต่างชาติไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลได้ 100% เต็ม เพราะกฎหมายระบุว่า 12 month attendance limit นั่นก็คือ นักเรียนต่างชาติเรียนในโรงเรียนรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาได้เพียง 1 ปีเท่านั้น https://travel.state.gov/content/travel/en/us-visas/study/student-visa/foreign-students-in-public-schools.html

” The length of study indicated on the Form I-20 must be limited to 12 months. It should be noted that public secondary attendance in a status other than F-1 does not count against the 12-month limit…………..”

 

ผู้ปกครองควรเลือกโรงเรียนตามศักยภาพที่แท้จริงของนักเรียน

 

Copyright © 2010-2018 GoVisaEdu All rights reserved.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *